3 Styles แต่งบ้านแรงแห่งยุค

3 Styles แต่งบ้านแรงแห่งยุค
27 ธันวาคม 2021 576 view(s)
3 Styles แต่งบ้านแรงแห่งยุค

3 Styles แต่งบ้านแรงแห่งยุค

Japandi Style

Japandi บ้านลูกผสม ญี่ปุ่นและสแกนดิเนเวีย

Japan + Scandinavia = Japandi แม้ว่าญี่ปุ่นและประเทศแถบสแกนดิเนเวียอย่างเดนมาร์ก จะอยู่ห่างกันถึง 8,000 กิโลเมตร แต่ในเรื่องของงานดีไซน์แล้ว ญี่ปุ่นและสแกนดิเนเวียกลับมีความเหมือนกันอย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากนี้พวกเขายังมีปรัชญาการใช้ชีวิตไปในแนวทางเดียวกัน คือการค้นพบความสุขง่ายๆ จากบริบทรอบตัว โดยชาวญี่ปุ่นมีปรัชญาที่เรียกว่า “วาบิ-ซาบิ” (Wabi-Sabi) ที่มีแนวคิดเรื่องการยึดถือความสุขทางใจมากกว่ายึดติดวัตถุ และเชื่อว่าความไม่สมบูรณ์แบบเป็นความงามอย่างหนึ่ง ในขณะที่ชาวสแกนดิเนเวียมี “ลากอม” (Lagom) ที่เป็นเรื่องของสมดุลยภาพ ไม่มากไม้น้อยเกินไป และ “ฮุกกะ” (Hygge) ศิลปะในการสร้างความใกล้ชิดผูกพัน ความรู้สึกผ่อนคลายในจิตวิญญาณ การหาความสุขจากสิ่งรอบตัวในปัจจุบัน การใช้ชีวิตอย่างสุขนิยม ทั้งหมดนี้เป็นการโคจรมาพบกันของโลกตะวันตกและตะวันออก หรือที่เรียกว่า East Meets West

Japandi คือ การตกแต่งบ้านที่เน้น ความเรียบง่าย(Simplicity) ใช้ได้จริง และอยู่ได้นาน ไม่ว่าจะด้วยรูปทรงหรือการใช้สอยที่ดึงความธรรมดาออกมาได้อย่างโดดเด่น การใช้วัสดุจากธรรมชาติ ผสมผสานกับงานฝีมือท้องถิ่นที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ชิ้นงานได้

 

เคล็ด(ไม่)ลับ ที่จะทำให้บ้านคุณมีสไตล์การตกแต่งแบบ  Japandi Style

 

  • รูปทรง ของตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ มีรูปทรงง่ายๆ อย่างเรขาคณิต ตัดความซับซ้อนหรือสิ่งไม่จำเป็นออก ลายเส้นบนพื้นผิวก็จะเป็นเส้นที่ดูเข้าใจง่าย เป็นงานฝีมือที่ไม่ต้องตีความ หรือมีความชัดเจนในตัวเอง
  • การใช้งาน (ฟังก์ชั่น) เน้นออกแบบฟังก์ชั่นที่ตอบสนองการใช้งานตามความต้องการพื้นฐานของมนุษย์เป็นหลัก ของที่มีแค่ความสวยงามแต่ใช้ประโยชน์ไม่ได้นั้น ไม่จัดว่าเป็น Japandi
  • วัสดุ เน้นใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติและมีผิวสัมผัส(Texture) ที่น่าสนใจ เช่น ไม้แปรรูป ลำไผ่ หวาย เชือกป่าน กระเบื้อง หิน ดิน ทราย ผ้าเส้นใยธรรมชาติ โลหะ ตลอดถึงวัสดุอื่นๆ ที่มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ฉะนั้น วัสดุสังเคราะห์จึงหมดสิทธิ์สำหรับการตกแต่งสไตล์นี้
  • โทนสี ใช้สีสันของธรรมชาติหรือเอิร์ธโทน ไล่เฉดตั้งแต่สีขาวหม่น เบจ น้ำตาลอมเทา สีเขียวใบไม้ ไปจนถึงสีดำ สร้างสรรค์อารมณ์ของห้องให้ดูอบอุ่น อยู่สบาย ไม่นิยมใช้สีสด สีสว่าง สีคู่ตรงข้ามที่ตัดกันรุนแรง หรือสร้างจุดโฟกัสด้วยสีเด่นเพียงสีเดียว เพราะจะทำให้ห้องขาดความกล่อมกลม หลุดจากความเป็นธรรมชาติไป
  • พื้นที่ พื้นที่ภายในต้องโปร่งโล่ง (Open Space) เปิดให้ห้องได้รับแสงแดดบ้าง เพราะแสงธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต

 

Japandi ให้คุณค่ากับคุณภาพและความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงเป็นการตกแต่งที่ให้ความยั่งยืนทั้งในด้านสไตล์ที่ไม่ตกยุคและอายุการใช้งานยาวนานอีกด้วย

Mid-Century Modern Style

Mid-century Modern  : ถือกำเนิดในช่วงหลังสงครามโลกที่ขาดแคลนวัสดุตกแต่ง ทำให้ดีไซเนอร์ในยุคนี้จำเป็นต้องคิดค้นวัสดุใหม่ๆ มาใช้ทดแทน จนเกิดเป็นพลาสติกและไฟเบอร์กลาส ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ดัดและขึ้นรูปง่าย ทำให้ลดข้อจำกัดของงานดีไซน์

และยังเป็นดีไซน์ที่สื่อผ่านเส้นสายและรูปทรงเรขาคณิต จนกลายเป็นงานดีไซน์ที่มีอิสระแต่ไม่ยุ่งเหยิง พร้อมกับตอบสนองการใช้งาน ซึ่งออกแบบให้เน้นฟังก์ชั่นเป็นสำคัญ นอกจากนี้เรื่องสีสันก็เป็นอีกหนึ่งความโดดเด่นของ Mid-century Modern โดยในช่วงปี ค.ศ. 1950 -1960 ดีไซเนอร์จะเน้นใช้สีสันพาสเทลเป็นหลัก ต่อมาในปี ค.ศ. 1970 – 1980 จะใช้สีสันที่สดใสมากขึ้น

 

หากถามว่าแล้วสไตล์ Mid-century Modern เหมาะกับคนแบบไหน คงต้องบอกว่าด้วยเพราะเป็นงานดีไซน์จึงเข้าได้ดีกับคนทุกกลุ่ม หากมีใจรัก แต่หากถามว่าแนวคิดของสไตล์นี้สอดรับกับพฤติกรรมของคนรุ่นไหนแล้ว? คงต้องตอบว่า ”ด้วยความเรียบง่าย แต่ยังคงอิสระของสไตล์ Mid-century Modern เป็นแนวคิดที่สอดรับกับคนรุ่น Millennials Generation’ ซึ่งเป็นผลให้สไตล์ Mid-century Modern กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง” โดย Millennials Generation จะเป็นกลุ่มคนรุ่นลูกของคนยุค Baby boomer จึงได้รับอิทธิพลจากพ่อแม่ที่มีแนวคิดอนุรักษ์ ขณะเดียวกันก็เป็นกลุ่มคนที่มีอิสระและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น

 

และด้วยมุมมองที่แตกต่างของ Millennials Generation งานดีไซน์ที่มีความเรียบง่าย แฝงความร่วมสมัย ขณะเดียวกันก็มีอิสระจึงสอดรับกับพฤติกรรมและแนวคิดพื้นฐานของคนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะเมื่อสไตล์ Mid-century Modern เป็นงานดีไซน์ที่โดดเด่นเหนือกาลเวลา ทำให้คน Millennials Generation ส่วนใหญ่ถูกใจการแต่งบ้านสไตล์นี้ค่ะ

Minimalist Style

Minimalist interior design style คืออะไร???

คนส่วนใหญ่มีความคุ้นเคยและได้ยืน concept การตกแต่งสไตล์มินิมอลกันมาบ้างแล้วว่ามีลักษณะอย่างไร  เช่น เป็นการตกแต่งที่เบสิค เรียบๆ ไม่ต้องมีรายละเอียดของงานตกแต่งที่มี detail เยอะ  สีสันต้องคลีน สว่าง ไม่ฉูดฉาด เป็นต้น

ดังนั้นจึงอาจจะสรุปคำจำกัดความการตกแต่งสไตล์มินิมอลได้ดังนี้

มินิมอลสไตล์ คือ สไตล์การตกแต่งที่มีลักษณะเรียบง่าย  ลายเส้นของงานออกแบบที่ไม่ต้องมี detail มากมายและเน้นการใช้โทนสี monochrome ในการตกแต่ง  ทั้งยังรวมไปถึง lay out floor plan ที่เปิดโล่งให้แสงสว่างเข้าได้อย่างเต็มที่  และเฟอร์นิเจอร์ที่เปี่ยมไปด้วยฟังค์ชั่นในการใช้งานอย่างเต็มที่ โดย design จะโฟกัสที่รูปทรงและพื้นผิวกับองค์ประกอบที่จำเป็นเท่านั้น
องค์ประกอบของการออกแบบสไตล์มินิมอล มีอะไรบ้าง

  • การคำนึงถึงสิ่งจำเป็น ( Elements ) ที่เรียบง่ายการออกแบบในสไตล์มินิมอล ต้องคำนึงถึงเรื่องของ แสงสว่าง รูปทรงที่เรียบง่ายและความโดดเด่นของวัสดุ โดยมากจึงมีการเปิดโล่งของพื้นที่เป็นส่วนใหญ่เพื่อให้เกิดความรู้สึกสบายและเป็นอิสระ ในส่วนของ detail ของงาน decorative ก็จะไม่ต้องมีมากมาย อาจจะมีแค่ object หลักเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว
  • น้อยแต่มาก ( Function )ในการออกแบบงานในสไตล์มินิมอลไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่ง เราจะคำนึงถึง Function การใช้งานเป็นหลัก ดังนั้นใน design นั้นๆจึงมักโฟกัสที่คุณสมบัติการใช้งาน คุณภาพของวัสดุ ผิวสัมผัส shape และ form ทั้งหมดนี้เป็นหัวข้อหลักที่ต้องคำนึงถึงในการสร้างสรรค์งานสไตล์มินิมอล
  • Monochromatic color palette
    ในการเลือกใช้สีกับงานมินิมอลส่วนใหญ่จะเป็นโทนสีสว่างเป็นสีโทนธรรมชาติ ไม่ฉูดฉาด ซึ่งจะประกอบด้วย สีขาว สีเบจและเทาตามแบบฉบับมินิมอล เราจึงมักจะเห็น monochrome tone กับงานมินิมอลเป็นส่วนใหญ่

จากองค์ประกอบในการออกแบบสไตล์มินิมอลที่สรุปให้ข้างต้น หลายๆคนอาจคิดว่าจะทำให้บรรยากาศโดยรวมดูไม่อบอุ่นและเป็นกันเองเท่าที่ควร  เราจึงมีเทคนิคเล็กน้อยในการตกแต่งในสไตล์มินิมอลอย่างไรให้อบอุ่นและสร้างความรู้สึกเป็นกันเองสำหรับผู้มาเยือนได้ด้วย

ดังที่เราจะทราบกันว่า มินิมอลสไตล์นั้นจะให้ความรู้สึกที่โปร่ง สะอาด เรียบง่ายในโทนสีที่ไม่ฉูดฉาด ดูไม่เยอะหรือยุ่งเหยิงจนเกินไป สร้างความสงบและสบายทางสายตาแต่ทั้งหมดนี้ก็อาจจะสร้างความรู้สึกที่ดูเยือกเย็นและไม่เป็นกันเองได้ในเวลาเดียวกัน (ขึ้นอยู่กับมุมมองและการตีความ)  ดังนั้นเพื่อให้มั่นใจได้ว่า คนรักการตกแต่งในสไตล์นี้จะสามารถสร้างสรรค์บรรยากาศในบ้านมินิมอลให้ดูอบอุ่นและเป็นมิตรได้ในเวลาเดียวกันด้วยเทคนิคง่ายๆ ดังนี้


เทคนิคการแต่งแต้มจุดเด่นที่แตกต่างเพียงเล็กน้อยในเฉดสีและ texture เช่น เมื่อคุณเลือกใช้โทนสี monochrome ในการตกแต่งเป็นหลัก ทางเลือกที่ดีในการเพิ่มความอบอุ่นและเป็นกันเองให้กับลุคซ์นี้ ตัวอย่างเช่นใช้ linen wallpaper ตกแต่งผนังบางส่วนในห้อง, การใช้ soft wool fabric, linen, wool และ cotton กับงาน soft furniture และ bedding set , พรมอ่อนนุ่มกับห้องนอน  สำหรับงานครัวหรือห้องน้ำก็สามารถเลือกใช้กระเบื้องที่มี texture หรือที่มีลวดลายเล็กน้อยเพิ่มเติมกับงานผนังและพื้น , ในส่วนของงาน object decorate ก็ให้เลือกที่ทำจากงานไม้หรือเฉดสีเบจ, earth tone ก็ช่วยลดทอนความเยือกเย็นจากบรรยากาศโดยรวมได้ เป็นต้น

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเพิ่มความอบอุ่นและเป็นกันเองให้กับห้องหรือบ้านสไตล์มินิมอลได้อย่างง่ายดาย

 

Credit: home.tarkett.com

SHOP BY ITEMS

Japandi Style


Mid-Century Modern Style


Minimalist  style

ต้องการความช่วยเหลือทักแชตเลย

Live Chat With SB Design Squarex