เปลี่ยนมุมเดิม ให้ใช้งานได้มากขึ้น
จากพื้นที่ว่างหรือมุมที่ยังไม่ได้ใช้
เปลี่ยนเป็นพื้นที่เก็บของที่เข้ากับห้องและการใช้งาน
ดู Before / After จากพื้นที่จริง
ผนังโล่งข้างประตู
Before: ผนังโล่ง มีพื้นที่เหลือแต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์
After: เติมตู้บิวท์อินเต็มผนัง เพิ่มทั้งพื้นที่เก็บของและพื้นที่โชว์ของ ทำให้มุมทางเข้าดูเป็นระเบียบขึ้น
พื้นที่ใต้บันได
Before: พื้นที่ใต้บันไดเป็นมุมว่าง ใช้งานได้ไม่เต็มที่
After: เปลี่ยนพื้นที่ใต้บันไดให้เป็นตู้เก็บของแบบพอดีพื้นที่ ใช้ทุกมุมให้คุ้ม โดยไม่เสียพื้นที่เดิน
ผนังว่างข้างประตู
Before: มีเพียงผนังโล่งและของวางอยู่บางส่วน ทำให้พื้นที่ดูไม่เป็นระเบียบ
After: เพิ่มตู้เก็บของและชั้นโชว์ ช่วยจัดของให้เข้าที่ และใช้ผนังที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น
มุมห้องติดหน้าต่าง
Before: มุมห้องมีพื้นที่ว่างและของใช้วางกระจาย
After: ออกแบบตู้ให้เข้ากับมุมห้อง เพิ่มพื้นที่เก็บของโดยยังเหลือพื้นที่ใช้งานและรับแสงจากหน้าต่าง
ห้องโล่งที่ยังไม่มีพื้นที่เก็บของ
Before: ห้องมีพื้นที่ว่างเยอะ แต่ไม่มีที่เก็บของเป็นสัดส่วน
After: ทำตู้เต็มผนัง เพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้มากขึ้น ทำให้ห้องโล่งแต่ใช้งานได้จริง
ผนังว่างในห้อง
Before: ผนังโล่ง พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกใช้งาน
After: เปลี่ยนผนังว่างให้เป็นตู้เก็บของแบบเต็มพื้นที่ เพิ่มฟังก์ชันโดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่ห้อง
ห้องนอนที่ของยังไม่มีที่เก็บ
Before: ห้องมีพื้นที่จำกัดและต้องแบ่งพื้นที่สำหรับเก็บของ
After: รวมพื้นที่จัดเก็บไว้ในตู้บิวท์อิน ช่วยให้ห้องเป็นระเบียบและเหลือพื้นที่ใช้งานมากขึ้น
มุมห้องที่มีประตู 2 ด้าน
Before: มีผนังและประตูหลายจุด ทำให้จัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยาก
After: ออกแบบตู้ให้เข้ากับแนวผนังและประตู ใช้พื้นที่ที่เหลือให้คุ้มโดยไม่กีดขวางทางเดิน
ผนังทีวีที่ยังขาดพื้นที่จัดเก็บ
Before: มีทีวี แต่พื้นที่รอบ ๆ ยังโล่งและเก็บของได้น้อย
After: เพิ่มตู้ทีวีพร้อมชั้นเก็บของและช่องโชว์ ทำให้ผนังทีวีเป็นทั้งมุมใช้งานและมุมตกแต่งในตัว
ผนังยาวข้างห้อง
Before: พื้นที่ผนังยาวยังไม่ได้ใช้ประโยชน์
After: ทำตู้เต็มแนวผนัง เพิ่มพื้นที่เก็บของจำนวนมาก และทำให้ห้องดูเรียบร้อยขึ้น
พื้นที่ยาวที่จัดเก็บของได้ยาก
Before: ห้องมีพื้นที่ยาว แต่ไม่มีจุดเก็บของที่ชัดเจน
After: วางตู้ตามแนวพื้นที่ เพิ่มพื้นที่เก็บของเป็นสัดส่วน โดยยังคงทางเดินให้ใช้งานได้สะดวก
มุมแคบข้างห้อง
Before: เป็นพื้นที่แคบที่จัดเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปได้ยาก
After: ใช้ตู้ที่ไม่บิวท์อินแต่ออกแบบตามขนาดจริง เปลี่ยนพื้นที่แคบให้กลายเป็นพื้นที่เก็บของที่ใช้งานได้
ห้องที่มีหลายฟังก์ชัน
Before: พื้นที่ห้องยังโล่ง แต่มีของใช้หลายประเภทที่ต้องจัดเก็บ
After: รวมพื้นที่เก็บของไว้ในตู้ชุดเดียว ทำให้ห้องดูเป็นระเบียบและแบ่งฟังก์ชันได้ชัดเจนขึ้น
มุมหน้าต่างที่เหลือพื้นที่ข้างผนัง
Before: มีช่องว่างข้างหน้าต่างและประตู ใช้งานได้ไม่เต็มที่
After: ออกแบบตู้ให้พอดีกับพื้นที่ ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของโดยไม่บดบังช่องแสง
ผนังกั้นพื้นที่
Before: ผนังเดิมแบ่งพื้นที่ แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องการจัดเก็บ
After: เปลี่ยนผนังให้ทำหน้าที่มากกว่าเดิม ทั้งแบ่งพื้นที่ เก็บของ และใช้เป็นชั้นโชว์ในจุดเดียว
ผนังโล่งขนาดใหญ่
Before: ผนังมีขนาดใหญ่แต่ยังไม่มีฟังก์ชันการใช้งาน
After: เติมตู้เต็มผนัง เพิ่มพื้นที่เก็บของได้เยอะขึ้น และทำให้ผนังดูมีมิติมากกว่าเดิม
พื้นที่ข้างหน้าต่างและประตู
Before: มีพื้นที่ว่างข้างช่องหน้าต่างและประตู จัดวางตู้สำเร็จรูปได้ยาก
After: ออกแบบตู้ตามแนวผนัง ใช้พื้นที่รอบช่องเปิดให้เกิดประโยชน์โดยยังเปิด-ปิดประตูและหน้าต่างได้สะดวก
ห้องที่มีผนังลายและพื้นที่ว่าง
Before: ผนังเดิมมีพื้นที่เหลือและยังไม่มีพื้นที่จัดเก็บที่ชัดเจน
After: เพิ่มตู้เก็บของเต็มแนว ช่วยซ่อนของให้เป็นระเบียบ และทำให้ห้องดูเรียบร้อยขึ้น
ผนังข้างประตู
Before: มีพื้นที่ว่างบริเวณผนังและมุมห้องที่ไม่ได้ใช้งาน
After: เพิ่มตู้จัดเก็บแบบเข้ามุม ใช้พื้นที่แนวผนังให้คุ้ม และช่วยลดของที่วางเกะกะในห้อง
ห้องนั่งเล่นที่ต้องการพื้นที่เก็บของ
Before: มีผนังกั้นพื้นที่ แต่ของใช้ยังต้องแยกเก็บหลายจุด
After: ทำตู้บิวท์อินเป็นทั้งฉากแบ่งพื้นที่และพื้นที่เก็บของ ช่วยให้ห้องเป็นสัดส่วนมากขึ้น
มุมห้องโล่ง
Before: เป็นพื้นที่ว่างที่ยังไม่มีฟังก์ชันชัดเจน
After: เติมตู้เก็บของพร้อมชั้นโชว์ ใช้ผนังให้คุ้ม และเพิ่มพื้นที่สำหรับจัดของโดยไม่กินพื้นที่พื้นมากเกินไป
ทางเดินและมุมแคบ
Before: มีพื้นที่ทางเดินและผนังว่าง ทำให้จัดเก็บของได้ยาก
After: ใช้ตู้แบบบิวท์อินให้พอดีกับแนวทางเดิน เพิ่มพื้นที่เก็บของโดยยังคงทางสัญจรไว้
มุมห้องที่มีของตกแต่ง
Before: ห้องมีพื้นที่ว่าง แต่พื้นที่จัดเก็บยังไม่เพียงพอ
After: เพิ่มตู้และชั้นโชว์ให้เป็นระเบียบ สามารถเก็บของและจัดวางของตกแต่งได้ในพื้นที่เดียวกัน
ห้องนอนที่ไม่มีตู้เก็บของ
Before: ห้องมีพื้นที่ว่างยาว แต่ยังไม่มีพื้นที่เก็บเสื้อผ้าและของใช้
After: เพิ่มตู้บิวท์อินพร้อมพื้นที่เตียง ทำให้ห้องมีทั้งที่เก็บของและฟังก์ชันพักผ่อนอย่างลงตัว
ผนังข้างห้องครัว
Before: มีผนังโล่งและทางเข้าครัว แต่ยังไม่มีพื้นที่เก็บของ
After: เพิ่มตู้และชั้นโชว์ตามแนวผนัง ช่วยแบ่งพื้นที่และเพิ่มที่เก็บของโดยไม่ทำให้ห้องดูแคบ
ผนังโล่งขนาดใหญ่
Before: ผนังมีพื้นที่เยอะ แต่ไม่มีฟังก์ชันใช้งาน
After: เติมชั้นและตู้เก็บของเต็มผนัง เพิ่มทั้งพื้นที่จัดเก็บและพื้นที่โชว์ของให้เป็นระเบียบ
ห้องเล็กที่มีช่องหน้าต่าง
Before: ห้องมีพื้นที่จำกัดและมีผนังที่จัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยาก
After: ใช้ตู้บิวท์อินเข้าช่วยจัดพื้นที่ ทำให้มีที่เก็บของเพิ่มขึ้นโดยยังเหลือพื้นที่ตรงกลางห้อง
ผนังว่างในห้อง
Before: ผนังโล่งและพื้นที่ยังไม่ได้ถูกใช้งานอย่างเต็มที่
After: เพิ่มตู้บิวท์อินพร้อมชั้นโค้ง ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของและทำให้ห้องดูมีรายละเอียดมากขึ้น
ห้องที่มีวิวและแสงธรรมชาติ
Before: ห้องรับแสงและวิวที่ดี แต่ยังไม่มีฟังก์ชันการใช้งานที่ชัดเจน
After: จัดพื้นที่รอบหน้าต่างให้เป็นมุมใช้งาน พร้อมตู้เก็บของ ช่วยใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติโดยไม่บดบังวิว
ห้องนอนที่มีแสงธรรมชาติ
Before: ห้องโล่ง มีแสงสวย แต่ยังขาดพื้นที่จัดเก็บและการจัดวางที่ลงตัว
After: เพิ่มตู้และเฟอร์นิเจอร์ให้เข้ากับตำแหน่งหน้าต่าง เปลี่ยนห้องโล่งให้เป็นห้องนอนที่ครบทั้งความสวยและการใช้งาน
พื้นที่ข้างหน้าต่างและประตู
Before: มีช่องหน้าต่างและประตูที่ทำให้จัดตู้สำเร็จรูปได้ไม่พอดี
After: ออกแบบตู้ตามขนาดพื้นที่จริง ใช้พื้นที่รอบช่องเปิดให้เกิดประโยชน์ พร้อมเก็บของได้มากขึ้นโดยไม่ทำให้ทางเดินแคบ
